ทริปเชียงใหม่

ยังจำได้ไหมว่าช่วงวันที่ 4 – 7 พ.ย. 53 คุณกำลังทำอะไรอยู่?

บางคนอาจตอบว่าก็ไปทำงาน ไปเที่ยว นัดเพื่อนกินข้าว หรืออาจจะหาหนังสนุกๆซักเรื่องมานอนตีพุงดูที่บ้าน ใช้ชีวิตช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ตามปกติ

แต่ถ้าถามเรา
เราจะตอบว่า Youth Venture ไปเชียงใหม่มา!
แถมคราวนี้ไม่ได้ไปแค่คนสองคน แต่เราไปกันถึง 7 ชีวิต ประกอบด้วยพี่บอย พี่เมธ์ กับน้องๆจากโครงการ Climate Cool2 อีก 5 คน คือ วิน จิ๋ว แพร มิ้นต์ และจิง

ไปกันหลายคนทั้งที จะเล่าเองก็กระไรอยู่ เลยจัดแจงงานให้น้องๆช่วยกันเขียนเล่าประสบการณ์ทริปเชียงใหม่ จะสนุกแค่ไหน คงต้องรีบขยับหน้าจอเลื่อนลงไปอ่านกันไวๆ! ^^

————————————————————————-

เวลา 2 ทุ่ม ชาว Climate cool ทั้ง 7 ได้พาตัวเองขึ้นไปนั่งบนรถทัวร์ที่กำลังจะพาเรามุ่งหน้าเชียงใหม่ ในการเดินทางครั้งนี้มีเพื่อนร่วมทริปจำนวนหลายคนเคยไปเชียงใหม่มาแล้ว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เคยประสบการณ์กับเชียงใหม่ เหมือนที่มินต์พูดว่า “ได้มาเคยเยือนเชียงใหม่อย่างผิวเผิน”

ตลอดคืนรถบัสได้พาหัวใจอุ่นๆทั้ง 7 ดวงฝ่าลมหนาวบ่ายหน้าขึ้นเหนือ ระยะทางที่เกือบครึ่งประเทศกับเวลาที่ยาวนานเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สลัดความเคยชินที่เราเคยทำในกรุงเทพฯได้เป็นอย่างดี ลมหนาวของเชียงใหม่ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่นจนปากสั่น เมื่อผู้โดยสารลงจากรถบัสไปจนหมดประตูของรถบัสได้ปิดตัวมันเองอย่างรวดเร็วแต่ประตูใจของพวกเราได้เปิดออกอย่างช้าๆเพื่อเตรียมรับประสบการณ์ที่กำลังรอเราอยู่ในเชียงใหม่

การใช้เวลาในเชียงใหม่ด้วยสองเท้าได้ทำให้เราได้เห็นเชียงใหม่ในรูปแบบใหม่เรารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี้ เราได้ยินในสิ่งที่คนเชียงใหม่พูด เราได้เห็นสิ่งต่างๆจากมุมที่คนที่นี้เห็น และเราก็ได้อิ่มท้องด้วยอาหารที่คนเชียงใหม่กิน จิ๋วเป็นคนหนึ่งที่พูดว่า “ผมเคยมาเชียงใหม่หลายครั้งแต่ไม่เคยเที่ยวเชียงใหม่แบบนี้เลย” การใช้ชีวิตช้าๆในช่วงเช้าของเราได้ช่วยปรับจังหวะชีวิตของเราให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างลงตัวจนเราอดคิดไม่ได้ว่าเชียงใหม่ก็เหมือนกับบ้านที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องที่รอให้เราไปเยี่ยมเยียนในอีกสองวันข้างหน้า

รถแดงพาเราขึ้นเขาผ่านวัดพระธาตุดอยสุเทพมาเป็นระยะเวลา 10 นาทีเราก็มาถึงพื้นปฏิบัติการของ FORRU ใต้ร่มไม้ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรพี่ยอดและพี่เมย์จาก FORRU ได้เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้กับพวกเรา “ปลูกต้นไม้ครั้งเดียวเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศน์” เป็นสิ่งที่จิงได้เขียนสรุปเนื้อหาสาระที่ วิทยากรทั้ง 2 ท่านสอนเราตลอดช่วงบ่าย

ที่นี้เองที่เราได้เห็นความยิ่งใหญ่และความเปราะบางของธรรมชาติ วงจรชีวิตของต้นไม้ใหญ่ถูกเติมเต็มด้วยแมลงตัวเล็กๆ เราเดินลงไปในพื้นที่ป่าสงวนที่อยู่ใกล้ห้องเรียนธรรมชาติ “พอมองขึ้นดูยอดไม้แล้วจะเห็นแสงส่องลอดมาตามร่องใบ และยิ่งได้เห็นต้นไทรต้นยักษ์แล้วยิ่งตะลึงในความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เป็นภาพความสวยงามที่ประทับใจจริงๆ” แพรเขียนความรู้สึกที่มีไทรโอบที่อยู่เบื้องหน้าเราทุกคน องค์ความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับธรรมชาติได้ถูกได้ถูกเติมเต็มด้วยระยะทาง 500 เมตรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งนี้

วัตถุประสงค์ของการเดินทางมาเชียงใหม่ในครั้งนี้ก็คือมาช่วยเพื่อนๆกลุ่ม NDR ทำโปรเจค และกำลังจะทำให้เป้าหมายของเราสำเร็จในวันที่สอง จิ๋วพูดถึงสถานที่ทำโปรเจคของเพื่อนๆกลุ่ม NDR ว่า “บ้านธรรมดาที่มีพื้นที่ด้านหลังกว้างพอสมควร” ที่นี้เองเราได้เห็นบ่อกบที่มีกบอายุประมาณ 1 เดือนอยู่ราวๆ 1,000 ตัว งานที่เราได้ช่วย NDR ก็คือทำรั้วกั้นรอบๆพื้นที่ ถางหญ้าและยกร่องแปลงผัก

เวลาเกือบครึ่งวันได้ทำให้เรารู้จักเพื่อนๆกลุ่ม NDR มากขึ้น และหากเราอยากรู้จักเพื่อนๆกลุ่มนี้ให้มากขึ้นเราต้องรู้จักข้าราชการครูวัยเกษียรที่พวกเราและเด็ก NDR ทั้งเชียงใหม่เรียกแกว่ายายแอ๊ว

ยายแอ๊วเป็นคนที่ช่วยกลุ่ม NDR ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่สร้างปัญหาจนผู้ใหญ่ในเชียงใหม่ต้องเอือมระอา จากหลานชายแท้ๆของตัวเองยายแอ๊วได้พาเด็กวัยรุ่นออกจากวังวนของยาเสพย์ติดและการใช้ความรุ่นแรงจนปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกถึง 4,000 คน วัยรุ่นทุกคนอยู่ภายใต้กฎกติการเดียวกันคือห้ามยกพวกตีกันและห้ามใช้ยาเสพย์ติด

“ยายรักเค้านะ ยายรักเด็กทุกคนเหมือนลูกหลานของตัวเอง” คำว่า “รัก” ที่พูดออกมาจากปากของยายแอ๊วได้รับการยืนยันจากแววตาเพื่อนๆกลุ่ม NDR ทุกๆคนที่มีต่อยายแอ๊ว แววตานั้นมันเป็นแววตาของคนที่ถูกรักและได้รับความรักอย่างเต็มที่ ในเวลาที่สังคมกันเด็กวัยรุ่นที่สร้างปัญหาออกไปจากสังคม ยายแอ๊วเป็นที่พักพิงให้กับเด็กหลงทางเหล่านี้

บ่อกบและแปลงผักที่เรามาช่วยกันทำให้มีเรื่องราวต่างๆซ่อนอยู่มากมายและเรื่องราวเหล่านั้นก็ได้เป็นส่วนหนึ่งเราพวกเราทั้ง 7 คน แปลงผักและรั้วที่เราไปช่วยทำวันหนึ่งอาจจะหายไปแต่เรื่องราวที่เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันมันจะอยู่ในใจอีกนานเท่านาน

วินเป็นคนหนึ่งที่โพสข้อความในเฟสบุคก่อนไปทริปครั้งนี้ว่า “ไปเชียงใหม่ครั้งนี้ ไปเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง” แม้ว่าจะได้รับการยืนยันหรือไม่ก็ตาม การใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆกลุ่ม NDR และยายแอ๊วทำให้เราทุกคนได้เห็นชีวิตในรูปแบบที่ต่างออกไปซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจตลอดชีวิต

เราใช้เวลาในวันสุดท้ายกับการเดินชมหอศิลป์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเดินทางไปดูวิธีการผลิตเครื่องเงิน ร่มและวิธีการทอผ้า เวลาในวันสุดท้ายมักจะหมุนเร็วกว่าวันอื่นเสมอ

เราหอบเอาประสบการณ์จากเชียงใหม่เข้าไปเก็บเอาไว้หลังประตูที่เราเปิดทิ้งเอาไว้ในวันแรก เรื่องราวที่อยู่หลังประตูบานนั้นยังคงเป็นแรงบัลดาลใจในการทำโปรเจคจนถึงเวลานี้

และจะอยู่กับเราตลอดไป…

This entry was posted in Climate Cool, Youth Venture. Bookmark the permalink.

1 ตอบกลับที่ ทริปเชียงใหม่

  1. Pingback: Our Chiang Mai Book | youth venture THAILAND

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s